ฟุตบอลโลก ปี 1930 เหตุใดสยามไม่เข้าร่วม ?

ฟุตบอลโลก ปี 1930 เหตุใดสยามไม่เข้าร่วม ?

ฟุตบอลโลก ปี 1930 เหตุใดสยามไม่เข้าร่วม ? ทุกวันนี้ฟุตบอลโลก นั้นเป็นมหกรรมกีฬาที่คนทั่วโลกรอคอย แต่มันก็ไม่ได้สวยหรูนัก ซึ่งก็เริ่มต้นอย่างทุลักทุเล ดำเนินไปอย่างขลุกขลัก แล้วจบลงไปแบบเงียบ ๆ แทงบอลโลก 2022 สำหรับฟุตบอลโลกครั้งแรกนั้น อย่าว่าแต่รอบคัดเลือกเลย ขนาดฟีฟ่า เชิญแล้วหลาย ๆประเทศยังไม่ค่อยอยากจะไปแข่ง และที่น่าเสียดายที่สุดก็คือไทยเราเอง ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่ปฏิเสธฟุตบอลโลก ทั้งที่เคยได้รับเชิญแล้วนั่นเอง

ฟุตบอลโลก ปี 1930 เหตุใดสยามไม่เข้าร่วม ?

เริ่มตั้งแต่ FIFA ก่อตั้งขึ้นมาเมื่อปี 1904 เป้าหมายสำคัญที่สุดอันดับหนึ่งของฟีฟ่า คือการจัดแข่งทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลระดับโลก แต่กว่าที่มันจะเป็นจริงได้ ก็ต้องรอไปอีกมากกว่ายี่สิบปี

แต่ความสำเร็จของการจัดการแข่งขันฟุตบอล ในโอลิมปิกทำให้ฟีฟ่าเริ่มเห็นลู่ทางที่จะจัดแข่งทัวร์นาเมนต์ระดับโลกของตัวเองบ้าง ในปี 1928 ฟีฟ่าได้จัดประชุมใหญ่ ที่กรุงอัมสเตอร์ดัมและมีมติจะจัดแข่งฟุตบอลโลก นั่นคือช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังมีแนวโน้มไปได้สวยหลังการฟื้นตัวจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ซึ่งฮังการี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน สวีเดน และอุรุกวัยก็เสนอตัว เป็นเจ้าภาพ แต่ท้ายที่สุดฟีฟ่าเลือกอุรุกวัยเป็นเจ้าภาพ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 100 ปีรัฐธรรมนูญฉบับแรกของอุรุกวัยหลังประกาศเอกราช ( นอกจากนี้ในตอนนั้นอุรุกวัยก็ยังเป็นโคตรทีมระดับโลกที่ครองแชมป์โอลิมปิก 1924 และ 1928 ถึงสองครั้งติดต่อกัน )

แต่อย่างที่บอกว่าเส้นทางของปฐมบทฟุตบอลโลก ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะปี 1929 เกิดเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า Wall Street Crash ตลาดหุ้นของอเมริกาพังแบบไม่มีชิ้นดี (ให้ทุกคนลองนึกถึงตอนวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อปี พ.ศ. 2540 ) มันเปลี่ยนอนาคตที่รุ่งเรืองให้กลายเป็นปัจจุบันที่ดิ่งลงมาก เศรษฐกิจซบเซาไปทั่วทุกหย่อมหญ้า และโลกก็เข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า Great Depression ที่แปลให้สนุก ๆ น่าจะเรียกได้ว่าเศรษฐกิจซึมเศร้านั่นเอง

และฟุตบอลโลกครั้งแรกเมื่อปี 1930 เกิดขึ้น ภายใต้สถานการณ์โลกแบบนั้น ประกอบกับที่เทคโนโลยีการคมนาคมนั้น ยังไม่ดีอย่างทุกวันนี้ มันจึงเป็นปฐมบทที่แสนจะทุลักทุเลนั่นเอง

ด้วยเศรษฐกิจโลกที่กำลังตกต่ำ และการคมนาคมที่ยังไม่สะดวก ฟุตบอลโลกครั้งแรกเกือบจะกลายเป็นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติ ของทวีปอเมริกา เพราะประยุโรปไม่อยากจะไปร่วมแข่งด้วยเลย มีแค่ประเทศ แถว ๆทวีปอเมริกาเท่านั้น ที่สนใจร่วมแข่ง

 ซึ่งตอนนั้นฟีฟ่า ยังมีสมาชิกทั้งหมดแค่ 41 ประเทศ ฟีฟ่าก็ยังเทียบเชิญทุกประเทศให้มาร่วมแข่งโดยที่ไม่ต้องคัดเลือกอะไร แต่เมื่อถึงเวลาสุดท้ายการตอบรับกลับ ปรากฏว่าไม่มีประเทศจากยุโรปตกลงมาร่วมแข่งเลย หลาย ๆประเทศที่เคยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ก็ยังไม่สนใจจะมาแข่ง กระทั่งอุรุกวัยและฟีฟ่าเสนอว่าจะออกค่าใช้จ่ายให้แล้วแต่ก็ยังไม่มีใครมาเข้าร่วม

ซึ่งอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประเทศในยุโรป ปฏิเสธการไปแข่งฟุตบอลโลกที่อุรุกวัยก็เพราะภาวะเศรษฐกิจ และการเดินทาง ประเทศต่าง ๆจึงได้รับผลกระทบจาก Great Depression ทำให้การใช้จ่ายเงินเพื่อส่งทีมฟุตบอลไปแข่งขันข้ามทวีป เป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินเหตุ นักฟุตบอลจำนวนมากไม่ได้เล่นฟุตบอลเป็นอาชีพ พวกเขามีงานประจำที่ขาดงานไปนาน ๆไม่ได้ และที่สำคัญคือการเดินทางนั่นเอง

ต่อมาในยุค 1930 นั้นการคมนาคมต่างจากทุกวันนี้มาก อย่าเพิ่งนึกถึงการเช่าเครื่องบินเหมาลำอย่างนักบอลปัจจุบัน เพราะกว่าจะมีการเดินทางด้วยเครื่องบินในเชิงพาณิชย์ กว่าจะเริ่มแพร่หลาย ก็ต้องหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งการเดินทางจากยุโรปไปอเมริกาใต้ตอนนั้นต้องเดินทางไปทางเรือ และใช้เวลาหลายสัปดาห์ นั่นก็ทำให้ประเทศจากยุโรปต่างพากันไม่สนใจจดหมายเชิญไป ฟุตบอลโลกครั้งแรกนั่นเอง

ซึ่งฟุตบอลโลกครั้งแรก จะไม่มีทีมจากมหาทวีปอย่างยุโรปเลยก็ยังไงอยู่ นั่นจึงทำให้ฟีฟ่าอยู่เฉยไม่ได้ ก็ต้องใช้เส้นสายของคนในฟีฟ่า ไล่ตั้งแต่ประธานฟีฟ่า อย่าง Jules Rimet ให้ไปเกลี้ยกล่อมฝรั่งเศสบ้านเกิดของเขา ให้มาร่วมแข่ง ส่วน Rodolphe Seeldrayers รองประธานฟีฟ่าที่เป็นชาวเบลเยียม ก็ไปดึงเอาเบลเยี่ยมมาร่วมเข้าแข่ง

 นอกจากนี้ยังได้รับการช่วยเหลือจาก King Carol II กษัตริย์โรมาเนีที่เพิ่งขึ้นครองราชย์ช่วยส่งโรมาเนียเข้าแข่ง โดยเลือกผู้เล่นด้วยตัวเอง และช่วยไปคุยกับนายจ้างของนักบอลว่าจะขอยืมตัวไปแข่ง 3 เดือน โดยอย่าไล่นักบอลออกจากงาน ( สมัยนั้นนักบอลส่วนใหญ่ไม่ได้เล่นอาชีพอย่างทุกวันนี้ พวกเขายังต้องทำมาหากินกันอยู่ ) นอกจากนี้ King Carol II ยังช่วยโน้มน้าวให้ยูโกสลาเวียส่งเข้าแข่งอีกชาติ รวมทั้งหมดในฟุตบอลโลกครั้งนี้มีชาติจากยุโรปเพียงแต่ 4 ชาตินั่นเอง

สยามผู้ปฏิเสธฟุตบอลโลก
ซึ่งอันที่จริงแล้วฟุตบอลโลกครั้งแรก น่าจะเรียกได้ว่าเป็นครั้งที่ทีมชาติไทยเข้าใกล้การได้ไปฟุตบอลโลกมากที่สุดแล้ว เพราะสยามก็น่าจะได้รับเชิญไปแข่งฟุตบอลโลก 1930 ที่อุรุกวัยด้วยเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีชื่อสยามอยู่ในฟุตบอลโลกครั้งนั้นเลย

ซึ่งสมาคมฟุตบอลแห่งชาติสยาม ( หรือปัจจุบันก็คือสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ  ) เข้าเป็นสมาชิกฟีฟ่ามาตั้งแต่ปี 1925 แล้ว หมายความว่าในฟุตบอลโลก 1930 ที่ฟีฟ่าเชิญทุกชาติที่เป็นสมาชิกเข้าร่วมด้วยนั้น สยามเองก็ต้องได้รับเชิญด้วยเช่นกัน แต่ทำไมสยามในตอนนั้นถึงไม่ได้ไปฟุตบอลโลก

ซึ่งคำอธิบายที่เป็นไปได้มากที่สุด ก็น่าจะเพราะเหตุผลทางการเดินทางและเศรษฐกิจเช่นเดียวกันกับหลาย ๆประเทศในยุโรป ยิ่งสำหรับสยาม ในเวลานั้นแล้ว สองเหตุผลนี้น่าจะเป็นอะไรที่หนักเหมือนกัน

ด้วยเหตุผลอันแรกเรื่องการเดินทาง ถ้าคิดว่าระยะทางจากยุโรปไปอุรุกวัยนั้นไกลแล้ว ระยะทางจากสยามไปถึงอุรุกวัยนั้น ไกลยิ่งกว่า ตีตัวเลขคร่าว ๆคือจากยุโรปน่าจะประมาณหนึ่งหมื่นกิโลเมตร ในขณะที่จากสยามยิ่งไกลไปจนถึงประมาณเกือบ ๆสองหมื่นกิโลเมตรด้วยซ้ำ นอกจากนี้ประสิทธิภาพของเรือ จากสยามก็คงเทียบกับเรือของยุโรปไม่ได้ ถ้าเรือ Conte Verdeใช้เวลาเดินทาง 14 วัน เรือจากสยามคงใช้เวลาเป็นเดือน

อีกหนึ่งเหตุผลที่สองคือเรื่องเศรษฐกิจ จากที่เศรษฐกิจทั่วทั้งโลกตกต่ำจาก Great Depressionสยามในตอนนั้นก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน  ก่อนนั้นสยามเองก็กำลังย่ำแย่อยู่แล้ว รายจ่ายมากกว่ารายได้ มาหลายปี ยิ่งมาโดนผลกระทบจาก Great Depressionอีกก็ยิ่งย่ำแย่  เรียกได้ว่าตอนนั้นการส่งทีมฟุตบอลนั่งเรือเป็นเดือน ๆไปแข่งฟุตบอลโลก ทั้งที่ก็ยังไม่ได้ใหญ่โตอย่างทุกวันนี้ เพื่อไปในอีกซีกโลกหนึ่งคงเป็นอะไรที่ฟุ่มเฟือยเกินไปมาก ๆ จริง ๆ นั่นเอง

และเพื่อนร่วมชะตากรรมจากเอเชียอีกประเทศหนึ่งคือประเทศญี่ปุ่น ที่ตอนนั้นก็เป็นสมาชิกฟีฟาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ไปแข่งขันเหมือนกันนั่นเอง

ซึ่งชาวไทยและชาวญี่ปุ่นก็อย่าเพิ่งเสียใจกันไป ที่น่าเสียดายที่สุดก็น่าจะต้องยกให้อียิปต์ เพราะพวกเขาตอบรับจะไปแข่งแล้ว กำลังล่องเรือจากแอฟริกาเพื่อไปต่อเรือที่ยุโรปแล้วด้วยซ้ำ แต่ปรากฏว่าเรือจากแอฟริกาที่พวกเขาโดยสารมา เจอพายุระหว่างทางทำให้ไปไม่ทันเรือที่จะไปอุรุกวัย พวกเขาจึงพลาดฟุตบอลโลกครั้งแรก ไปอย่างน่าเสียดาย นี่น่าจะเป็นการผิดหวังครั้งใหญ่ครั้งแรกสุด ของฟุตบอลโลก ที่ชาติหนึ่งต้องกระเด็นออกจากฟุตบอลโลกทั้งที่ฟุตบอลโลกยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ

อ่านบทความเพิ่มเติมต่อได้ที่นี่

แทงบอลครึ่งแรก แทงแบบไหนให้ชนะ

แทงบอลครึ่งแรก แทงแบบไหนให้ชนะ

แทงบอลครึ่งแรก แทงแบบไหนให้ชนะ

แทงบอลครึ่งแรก แทงแบบไหนให้ชนะ วันนี้เราจะมาเจาะลึก รายละเอียดเกี่ยวกับ แทงบอลครึ่งแรก ว่ามีความได้เปรียบ หรือเสียเปรียบ ยังไงกันบ้าง แล้วจะต้องเล่น หรือควรเลือกแทงแบบไหน จึงจะมีโอกาส ได้เงินง่ายมากที่สุด เพื่อเป็นตัวเลือก ให้กับนักพนันบอล แทงบอลโลก 2022 สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาดูบอลเต็มเวลา มาให้เลือกแทงบอล ในครึ่งแรกเท่านั้น

แทงบอลครึ่งแรก แทงแบบไหนให้ชนะ

บอลครึ่งแรก คืออะไร

การแทงบอลครึ่งแรก ก็ตรงตัวเลยว่ามันคือการเลือกแทงเดิมพัน ในผลของการแข่งขัน เฉพาะแค่ในช่วงครึ่งแรกเท่านั้น ซึ่งจากนั้นก็ตัดสินผลการเดิมพัน ในนาทีหลังจากหมดเวลา 45 นาที ของครึ่งแรก ซึ่งการตัดสินในรูปแบบนี้ จะต้องนับรวมกับเวลาในช่วงทดเวลาบาดเจ็บด้วยนั่นเอง ซึ่งสำหรับการเล่นเดิมพันในรูปแบบนี้ ซึ่งคุณก็สามารถวางเดิมพันได้ในหลาย ๆ ราคาอีกด้วย เช่น

1. HDP หรือเรียกอีกอย่างว่า แฮนดิแคป ก็คือการทายผลการแข่งขันในแบบราคาต่อนั่นเอง

2. O/U ก็คือ ราคาบอลสูง / ต่ำ เป็นการเล่นแบบ ทายผลสกอร์รวมเป็นจำนวนว่า สูง หรือ ต่ำนั่นเอง

3. 1X2 นั่นคือมันนี่ไลน์ ซึ่งเป็นการทายผลแบบเล่นทีมเจ้าบ้านชนะ หรือทีมเยือนชนะ หรือจะทายว่าผลนั้นเสมอกัน

ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันก็ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ นั่นก็เพราะว่า จะมีในบางคู่ ที่เป็นการพบกันระหว่างทีมใหญ่ มีตัวเลือกอื่น ๆ ให้คุณได้วางเดิมพันเพิ่มได้อีกด้วย นั่นก็คือ Correct Score ก็คือการทายผล แบบระบุสกอร์ และ Total Cornes ก็คือการทายผลของจำนวนการเตะมุมนั่นเอง

แทงบอลครึ่งแรก เดิมพันแบบไหน มีโอกาสได้เงิน

ครึ่งแรกเน้นเล่น สกอร์สูง / ต่ำ

การแทงบอลครึ่งแรก ต้องเลือก เดิมพัน สกอร์สูง / ต่ำ ไว้ก่อน เพราะว่าช่วงครึ่งแรก ทั้งสองทีมค่อนข้างจะมีโอกาสทำประตูได้อย่างน้อยที่สุดคือ 1 ลูกนั่นเอง

กระแสของนักเดิมพัน ต้องมองว่า น่าจะมีประตูเกิดขึ้น ในช่วงครึ่งแรกอย่างน้อย 1 ประตู โดยทาง เว็บแทงบอลนั้น ก็เกรงว่าจะเสียเงินเยอะ เลยมีอัตราการจ่ายที่น้อย เพราะฉะนั้นให้รอราคา ไหลลงมาที่ ครึ่งควบลูก 0.5-1 ก่อนแล้วจึงค่อยเล่น

ส่วนใครที่อยากจะวัดใจ ก็รอให้บอลเตะไปก่อน และค่อยวัดดวงเอาว่า ราคาบอลจะไหลลงก่อนหรือว่าจะมีทีมทำประตูได้ก่อน เพราะว่าถ้าราคาไหลลงมา ก็จะอยู่ที่สกอร์สูง ครึ่งควบลูก ซึ่งถ้ายิงเม็ดเดียว ก็ได้เงินแล้วนั่นเอง

ครึ่งแรกเลือกเล่นแฮนดิแคพบอลสด

ถ้าจะเลือกเล่นพนันบอล รูปแบบแฮนดิแคพ ให้มองว่าเป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างเสี่ยงพอสมควร ยิ่งเป็น บอลสูสีแล้วนั้น การเล่นในแบบนี้ยิ่งเสี่ยงเข้าไปใหญ่ทีเดียว

แทงบอลครึ่งหลัง ทำเงินได้ไม่น้อย กว่าการแทงบอลครึ่งแรก

การแทงบอลแบบครึ่งหลัง ก็ยังเป็นอีกเกมการเดิมพัน ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ไม่น้อยไปกว่าการแทงบอลครึ่งแรกเลย เพราะสามารถวิเคราะห์เกม ที่ผ่านมา ได้ครึ่งหนึ่งอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า จึงไม่มีอะไรน่าแปลกใจเลย ที่เหล่าบรรดาเซียนบอลหลายต่อหลายคนนั้น ต่างก็นิยม เล่นบอลครึ่งหลังกัน เพราะการแทงบอลครึ่งหลังนั้น โดยมากมักจะต่อเนื่องมาจาก สูตรสูงครึ่งแรก ที่มันมักจะมาต่อกันโดยตรงอยู่แล้วนั่นเอง

ซึ่งนั่นก็เพราะ ถ้าเราแทงครึ่งแล้ว คู่ไหนที่เราได้วิเคราะห์เข้าสูตร สูงครึ่งแรกทุกอย่าง แต่ไม่มีประตูเกิดขึ้น เราก็ต้องตามมาย้ำ ที่ครึ่งหลังกันแน่นอน เพราะนี่เป็นเทคนิคก็ว่าได้ หากรูปเกมได้เป็นไปตามสูตรสูงแรกแล้วนั้น มันก็ค่อนข้างยาก พอสมควรที่จะไม่มีประตู ดังนั้นเราต้องมาดูเทคนิค การแทงบอล แบบครึ่งหลังกัน ว่าจะต้องอ่านเกมส์จากครึ่งแรกอย่างไรได้บ้าง

สรุปสั้น ๆ นั่นก็คือ ให้เลือกแทงบอลสด แค่ครึ่งแรกเท่านั้น ซึ่งจะขอแนะนำว่า ควรดูการแข่งขันฟุตบอล คู่ที่จะเล่น ไปพร้อมกับการแทงบอลด้วย เพื่อดูสถานการณ์ ความเปลี่ยนแปลงของเกมแบบนาทีต่อนาทีนั่นเอง ซึ่งนั่นจะทำให้ท่านนั้นตัดสินใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

และนี่เองก็พอที่จะเป็น เคล็ดลับ แทงบอล ให้กับนักเดิมพันที่สนใจอยาก เดิมพันออนไลน์ เลือกแทงบอลในครึ่งแรก ก็อย่างที่บอก คือ เน้นแทง สกอร์ สูง ต่ำ ใครที่ไม่ชอบลุ้นยาว ๆ ให้ พนันบอล ครึ่งแรกแทน ลุ้นไม่นาน แถมยังได้เงินไวอีกด้วยนะ

อ่านบทความเพิ่มเติมต่อได้ที่นี่ คลิ๊ก

ทายผล สกอร์บอล มีวิธีการแทงอย่างไร

บอลทำเงิน เทคนิคแทงบอล